Knowledge


F.A.S.T (Fortified Amino Scalp Therapy)
Speed up your hair at minimum time

ความลับของ (เส้น) ผม

          นอกเหนือจากหน้าที่ของการดูแลป้องกันและให้ความอบอุ่นแก่หนังศีรษะแล้ว หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ เส้นผม ก็คือ การเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีแก่ผู้พบ เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นผมที่สวยงามอย่างมีสุขภาพก็ย่อมเป็นที่ปราถนาของทุก ๆ คน แต่ก่อนจะมีผมที่สวยงามมีสุขภาพ เรามารู้จัก เส้นผม ให้ลึกซึ้งกันเสียก่อน
          เส้นผมประกอบด้วยโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเราเรียกว่า เคอราติน ที่มีส่วน ประกอบของ อมิโนโปรตีน ซีสตีน และซีสเตอีน เคอราตินจะถูกสร้างจากเซลล์ชั้น ในที่อยู่ในรากผม เส้นผมที่ถูกสร้างขึ้นมาจะเป็นเส้นใย (Fiber) ที่ไม่มีชีวิต ดังนั้นเวลา ตัดผมเราจึงไม่รู้สึกเจ็บ แต่เซลล์ที่ติดอยู่ที่รากผมจะเป็นส่วนที่มีชีวิต นั้นจึงเป็นเหตุผล ว่าทำไมเวลาเรากระตุกผมจึงรู้สึกเจ็บ
          เส้นผม ( Hair Fiber) ของคนเราประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ 3 ชั้น คือ
            -ผมชั้นนอก ซึ่งเราเรียกว่า ชั้นคิวทีเคิล (Cuticle) หรือเกล็ดผม
            -ผมชั้นกลาง เรียกว่า คอร์เทกซ์ (Cortex)
            -ผมชั้นใน เรียกว่า เมดุลลา (Medulla)
          สำหรับส่วนประกอบที่สำคัญที่สำคัญของเส้นผมที่จะต้องกล่าวถึงอย่างละเอียดก็ คือ ผมชั้นนอกและผมชั้นกลาง

ผมชั้นนอก ปราการด้านแรกของเส้นผม
          เกล็ดผม หรือ Cuticle เป็นส่วนชั้นนอกสุดของเส้นผม มีลักษณะแข็ง เป็นแผ่น คล้าย ๆ เกล็ดปลาหรือเปลือกไม้ เรียงตัวกันเป็นชั้น ๆ ทับซ้อนต่อเนื่องลงมาอาจเรียง ต่อกันถึง 5 -7 ชั้น ในความยาวของแต่ละเกล็ดผม ซึ่งเคยพบจำนวนมากสุดถึงจำนวน 11 ชั้นด้วยกัน
ประโยชน์ในเบื้องต้นของเจ้าเกล็ดผมที่ว่านี้ก็คือ การปกป้องการถูกทำลายของ เส้นผม แต่ในความเป็นจริงเราพบว่าเกล็ดผมถูกทำลายอย่างง่ายดายจากสารพัดสารเคมี ที่เกิดจากการทำสีผม ดัดผม ย้อมผม หรือสารพัดความร้อนไม่ว่าจะเป็นการไดร์ผม หรือ การอบผม รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องถึง แกนกลางของเส้นผม หรือชั้น cortex ทำให้เส้นผมแห้งอ่อนแอ เปราะ หักได้ง่าย โดย เฉพาะปลายผม ที่เราเรียกกันว่าผมแตกปลายซึ่งสุภาพสตรีทั้งหลายต่างกลัวนักกลัว หนานั้นเอง เพราะไม่มียาวิเศษหรือวิธีใด ๆ รักษาได้ นอกจากตัดเล็มปลายผมทิ้งและรอ ให้ผมใหม่งอกยาวขึ้นเท่านั้น
          ปกติเกล็ดผมของเราจะมีค่า pH 4.5-5.5 ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ ดังนั้น เมื่อเราสระผมด้วยแชมพูเพียงอย่างเดียวเกล็ดผมจะเปิด เวลาจับหรือสัมผัสจะรู้สึก สาก ๆ ไม่เรียบ ดังนั้นการใช้ครีมนวดผม ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดจะช่วยปิดเกล็ดผมให้ เรียงเป็นชั้นปกติ ทำให้เส้นผมเรียบ หวีง่าย ดังนั้นการสระผมที่ดีจึงควรใช้แชมพูคุณภาพ ดี สามารถช่วยดูแลตั้งแต่รากผมจนถึงเส้นผม รวมทั้งหนังศีรษะ นอกจากนั้นควรบำรุงผม ด้วยครีมนวดที่อุดมด้วยอมิโนโปรตีนเข้มข้นที่สามารถซึมผ่านไปถึงแกนกลางผมได้ดี หลังการสระ

ผมชั้นกลาง หัวใจของเส้นผม
          เกล็ดผม หรือ Cuticle เป็นส่วนชั้นนอกสุดของเส้นผม มีลักษณะแข็ง เป็นแผ่น คล้าย ๆ เกล็ดปลาหรือเปลือกไม้ เรียงตัวกันเป็นชั้น ๆ ทับซ้อนต่อเนื่องลงมาอาจเรียง ต่อกันถึง 5 -7 ชั้น ในความยาวของแต่ละเกล็ดผม ซึ่งเคยพบจำนวนมากสุดถึงจำนวน 11 ชั้นด้วยกัน
          ประโยชน์ในเบื้องต้นของเจ้าเกล็ดผมที่ว่านี้ก็คือ การปกป้องการถูกทำลายของ เส้นผม แต่ในความเป็นจริงเราพบว่าเกล็ดผมถูกทำลายอย่างง่ายดายจากสารพัดสารเคมี ที่เกิดจากการทำสีผม ดัดผม ย้อมผม หรือสารพัดความร้อนไม่ว่าจะเป็นการไดร์ผม หรือ การอบผม รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องถึง แกนกลางของเส้นผม หรือชั้น cortex ทำให้เส้นผมแห้งอ่อนแอ เปราะ หักได้ง่าย โดย เฉพาะปลายผม ที่เราเรียกกันว่าผมแตกปลายซึ่งสุภาพสตรีทั้งหลายต่างกลัวนักกลัว หนานั้นเอง เพราะไม่มียาวิเศษหรือวิธีใด ๆ รักษาได้ นอกจากตัดเล็มปลายผมทิ้งและรอ ให้ผมใหม่งอกยาวขึ้นเท่านั้น
          ปกติเกล็ดผมของเราจะมีค่า pH 4.5-5.5 ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ ดังนั้น เมื่อเราสระผมด้วยแชมพูเพียงอย่างเดียวเกล็ดผมจะเปิด เวลาจับหรือสัมผัสจะรู้สึก สาก ๆ ไม่เรียบ ดังนั้นการใช้ครีมนวดผม ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรดจะช่วยปิดเกล็ดผมให้ เรียงเป็นชั้นปกติ ทำให้เส้นผมเรียบ หวีง่าย ดังนั้นการสระผมที่ดีจึงควรใช้แชมพูคุณภาพ ดี สามารถช่วยดูแลตั้งแต่รากผมจนถึงเส้นผม รวมทั้งหนังศีรษะ นอกจากนั้นควรบำรุงผม ด้วยครีมนวดที่อุดมด้วยอมิโนโปรตีนเข้มข้นที่สามารถซึมผ่านไปถึงแกนกลางผมได้ดี หลังการสระ

ผมชั้นกลาง หัวใจของเส้นผม
          ผมชั้นกลาง หรือ Cortex ถือเป็นชั้นที่สำคัญที่สุดของเส้นผม เนื่องจากจะ ต้องเกี่ยวข้องกับความแข็งแรง ยืดหยุ่น พริ้วสลวย ชุ่มชื้น และเกี่ยวข้องกับสีผม Cortex จะประกอบด้วยเส้นใยเคอราตินจำนวนมาก เส้นใยเหล่านี้จะจับกันด้วยพันธะไฮโดรเจน (Hydrogen Bond) และ พันธะซัลเฟอร์ หรือซีสตีน (Sulfur Bond or Cystein Bond) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความแข็งแรง น้ำหนัก และความยืดหยุ่นของเส้นผม ดังนั้นการที่เรา ดัดผม หรือยืดผม ก็จะเกี่ยวข้องกับพันธะเหล่านี้
           ดังนั้นการดูแลเส้นผมให้แข็งแรงนั้นจะต้องให้ความสำคัญกับผมชั้นกลาง หรือ Cortex เป็นพิเศษ โดยการให้อาหารผมที่ประกอบด้วยอมิโนโปรตีนที่มีขนาดเล็ก ซึ่งสามารถซึมซาบเข้าสู่รากผม เพื่อนำไปใช้ในการเสริมสร้างเคอราติน และพันธะต่าง ๆ ต่อไป ้

ดูแลเส้นผมอย่างไรจึงจะครบวงจร
           หลายคนเข้าใจว่าการดูแลผมให้แข็งแรงหรือการให้อาหารแก่เส้นผม คือ การทำ ทรีทเม้นท์ตามที่เข้าใจกัน ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากการทำทรีทเม้นท์ตามที่ทำกัน ทั่วไปนั้น จะเป็นเพียงการดูแลที่เส้นผม โดยการใส่สารมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moiturizer) หรือสารเคลือบบนเส้นผม ทำให้ดูเงา เป็นประกาย นุ่ม และหวีง่าย ซึ่งเป็นการช่วยได้ ชั่วคราวเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 วัน เส้นผมก็จะกลับมาแห้งเหมือนเดิมอีก
           การดูแลเส้นผมให้แข็งแรงอย่างแท้จริงนั้นจะต้องดูแลอย่างครบวงจร ตั้งแต่หนัง ศีรษะ รากผม จนถึงเส้นผม ดังนั้นจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอมิโนโปรตีนขนาดเล็กเข้มข้น และมีหลายชนิด จำพวกซีสตีน (Cystine) ซีสเตอีน (Cysteine) ไบโอติน (Biotin) อินโนซิทอล (Inositol) วิตะมินบี 5 (Vitamin B5) แพนทีนอล (Panthenol) เป็นต้น เพื่อให้สามารถซึมซาบเข้าสู่รากผมและเส้นผม ซึ่งจะนำไปใช้ในการสร้างเคอราติน และ พันธะต่าง ๆ ทำให้เส้นผมที่งอกใหม่ยาวเร็วขึ้นและมีความแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อ สภาวะแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการดัด ย้อมสี หรือการทำรีบอนด์จะทำให้ผมไม่เสียง่ายและ ฟื้นตัวได้ดีและเร็วกว่าปกติ

ผมยาวได้เร็วขึ้นจริงหรือ
           โดยปกติผมของคนเราจะยาวเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ ? นิ้ว แต่มีปัจจัยที่สามารถ ช่วยให้ผมยาวได้เร็วขึ้นคือ การได้รับอาหารผมที่จำเป็นสำหรับการบำรุงรากผมจะ ช่วยเร่งให้เส้นผมยาวขึ้นกว่าปกติ อาหารของเส้นผมจำพวกอมิโนโปรตีนเข้มข้นและ มีขนาดเล็กที่สามารถซึมสู่รากผมได้ อาทิ ซิสตีน ไบโอติน อิโนซิทอล เมไธโอนิน แพนทีนอล เป็นต้น เพื่อให้รากผมของเราได้นำไปใช้สร้างเส้นผมให้มีความแข็งแรง นุ่ม ยืดหยุ่น มีน้ำหนัก พริ้วสลวย ้